7 สิ่งมหัศจรรย์ยุคใหม่ที่มนุษย์สร้างขึ้น vs 7 สิ่งมหัศจรรย์ตามธรรมชาติของโลกยุคใหม่

          เผยผลโหวตอย่างไม่เป็นทางการครั้งแรก สำหรับ 7 สิ่งมหัศจรรย์ตามธรรมชาติของโลกยุคใหม่ ได้แก่ อะเมซอน อ่าวฮาลอง น้ำตกอีกัวซู เกาะเชจู อุทยานแห่งชาติโคโมโด แม่น้ำใต้ดิน เปอร์โต ปรินเซซา และภูเขาโต๊ะ...
          เบอร์นาร์ด เวเบอร์ ผู้ก่อตั้งและประธานมูลนิธิ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ "นิว เซเว่น วันเดอร์ส" ประกาศผลลงคะแนน 7 สิ่งมหัศจรรย์ "ตามธรรมชาติ" ของโลกยุคใหม่ หรือ "นิว เซเว่น วันเดอร์ ออฟ เนเจอร์ " อย่างไม่เป็นทางการ จากการคัดเลือกตั้งแต่ 440 แห่งใน 220 ประเทศทั่วโลก กระทั่งเหลือ 77 แห่ง ตามด้วย 28 แห่ง และล่าสุดเพียง 7 แห่ง
ซึ่งผลโหวตล่าสุด นับจากเวลา 11.11 น. ตามเวลาสากล ของวันที่ 11-11-11  หรือ วันที่ 11 พ.ย. 2011 เรียงตามตัวอักษรได้แก่ 1. อะเมซอน 2.อ่าวฮาลอง 3.น้ำตกอีกัวซู  4.เกาะเชจู  5.อุทยานแห่งชาติโคโมโด 6.แม่น้ำใต้ดิน เปอร์โต ปรินเซซา 7.ภูเขาโต๊ะ

สำหรับการประการผลอย่างเป็นทางการ จะมีขึ้นในต้นปี 2012 และ 7 สิ่งมหัศจรรย์ตามธรรมชาติยุคใหม่ของโลกทั้ง 7 แห่งนี้ จะนำไปรวมกับ 7 สิ่งมหัศจรรย์ยุคใหม่ที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งประกาศอย่างเป็นทางการไปแล้ว เมื่อวันที่ 07-07-07 หรือวันที่ 7 ก.ค. 2007 ได้แก่ 


1.ชิเชน อิตซา อัสเทค ไซต์ แห่งยูคาตาน ประเทศเม็กซิโก 
ภาษามายาแปลว่า ต้นทางแห่งความสุขสบายของประชาชน ชิเชน อิตซาเป็นวิหารที่โด่งดังที่สุดของชนเผ่ามายา ถือเป็นศูนย์กลางด้านการเมืองและเศรษฐกิจของอารยธรรมมายา การผสมผสานทางโครงสร้างของสิ่งก่อสร้างหลากหลายชนิด ของชิเชน อิตซาทั้งพีระมิดแห่งเทพเจ้าคูคุลคาน (เทพเจ้าสูงสุดของชาวมายาซึ่งเป็นผู้สร้างมนุษย์) วิหารชัค มุล (รูปปั้นซึ่งเป็นศิลปะแบบมายา) ห้องโถงที่เต็มไปด้วยเสาหลายพันต้นและลานกว้างที่ใช้เป็นที่ชุมนุมของประชาชนในอดีตนั้น แสดงให้เห็นถึงความพิเศษในเชิงสถาปัตยกรรมด้านการจัดวางองค์ประกอบของเนื้อที่และพื้นที่ใช้สอย โดยเฉพาะในส่วนของพีระมิดแห่งเทพเจ้าคูคุลคานซึ่งถือเป็นพีระมิดแห่งสุดท้าย และเป็นพีระมิดที่กล่าวได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดของอารยธรรมมายาด้วย 


2.ไครสต์ เดอะ รีดีมเมอร์ ที่กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล 
รูปปั้นของพระเยซูที่โปรดให้พ้นบาป ยืนสูง 30 เมตร (98 ฟุต) ถูกสร้างขึ้นในปี 1921 โดยวิศวกร Heitor da Silva Costa และองค์กร (ใช้เวลาเกือบ 5 ปีจึงเสร็จสิ้น) 
ซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Tijuca บนภูเขา Corcovado (ภูเขา Hunchback) ทั้งนี้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปฐานของรูปปั้น ซึ่งสูง 709 m (2326 ฟุต) เพื่อชมทิวทัศน์ของภูเขา Sugar Loaf กลางเมือง Rio de Janeiro และชายหาดของ Rio de Janeiro ได้ 








3.กำแพงเมืองจีน 
กำแพงกั้นเมืองและประเทศตามพรมแดนด้านเหนือของจีน ที่สร้างระหว่างปี 243-252 ปีก่อนคริสตกาล ในสมัยพระเจ้าซี่วังตี่ (จิ๋นซีฮ่องเต้) มีขนาดกว้างตั้งแต่ 4.5 เมตร ถึง 7.5 เมตร (10 ฟุต) และมีความสูงจากพื้นด้านล่างตั้งแต่ 8 เมตร ถึง 9 เมตร (20-30 ฟุต หนา15-25 ฟุต) โดยบนกำแพงทุกๆ ระยะ 200 เมตร (300 ฟุต) จะมีหอหรือป้อมสำหรับตรวจเหตุการณ์มากกว่า 15,000 แห่ง พร้อมด้วยหอสูงบอกสัญญาณรวมทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 20,000 หอ 


4.มาจู พิคจู ประเทศเปรู 
เมืองแห่งอาณาจักรอินคา (Inca city, Machu Picchu) ที่ตั้งอยู่ที่คุสโซ ประเทศเปรู ซึ่งสถานที่แห่งนี้ถูกค้นพบโดย "ฮิแรม บิงแฮม" นักสำรวจชาวอเมริกันพบใน ค.ศ.1911 ปัจจุบันนอกจากสิ่งก่อสร้างและซากปรักหักพังบางส่วน เรายังจะได้ชมผังเมืองของชาวอินคาที่เคยรุ่งเรื่องอย่างมากในอดีตด้วย 



5.เมืองโบราณเปตรา จอร์แดน 

นครเปตราในจอร์แดน เป็นเมืองที่เจาะสลักเข้าไปในหินเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น วิหาร หลุมศพ บันได โรงละคร ฯลฯ โดยไล่ตั้งแต่ยอดเขาลงมา ลดหลั่นเป็นช่อชั้นงดงาม แสดงถึงฝีมือและศิลปะในการสลักหินที่ยอดเยี่ยมสุดๆ ทั้งนี้สิ่งก่อสร้างชิ้นสำคัญของนนครเปตราก็คือ มหาวิหารกวาซร์ ฟีราโอน ซึ่งสร้างสมัยพระเจ้าอาเรตัสที่4 มหาราชของชาวนาบาทีนส์ ซึ่งครองราชย์ระหว่าง 9 ปีก่อน ค.ศ. จนถึง ค.ศ. 40 ปัจจุบันรัฐบาลใช้ความพยายามอย่างมากในการบูรณปฏิสังขรณ์นครเปตราให้คงสภาพเหมือนเดิมอีกครั้ง 


6.โคลอสเซียม กรุงโรม 

สนามกีฬาโคลอสเซียม ประเทศอิตาลี ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงโรม โดยที่นี่จัดเป็นสนามกีฬากลางแจ้ง อันแสดงถึงความรุ่งโรจน์ของอาณาจักรโรมันโบราณได้อย่างชัดเจน ซึ่งโคลอสเซียมนั้นถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.ที่ 72-80 ตัวสนามสร้างมีรูปเป็นตึกวงกลมก่อด้วยอิฐและหินขนาดใหญ่ วัดโดยรอบยาว 527 เมตร สูง 57 เมตร มี 4 ชั้น ส่วนภายในมีอัฒจันทร์สำหรับคนนั่งดู จุคนดูประมาณ 80,000 คน ใต้อัฒจันทร์และใต้ดินมีห้องสำหรับขังนักโทษที่รอการประหารชีวิต และสิงโต หลายร้อยห้อง ใช้เป็นสถานที่ให้นักโทษ ต่อสู้กับสิงโตที่อดอาหาร หากนักโทษผู้ใดเอาชนะ ฆ่าสิงโตได้ด้วยมือเปล่าได้ก็รอดชีวิตไปหรือไว้ใช้เป็นที่ประลองฝีมือในเชิงฟันดาบของบรรดาเหล่าทาสให้ต่อสู้กันเอง ยิ่งถ้าต่อสู้กัน จนถึงสามารถฆ่าคู่ต่อสู้ตายก็จะได้รับเกียรติอย่างสูง เพราะเป็นการต่อสู้ที่ชาวโรมันนิยมและยกย่องกันมาก ปีๆ หนึ่งต้องสูญเสียชีวิตนักโทษและทาสไม่ต่ำกว่าร้อยคน 

7.ทัชมาฮาล แห่งอินเดีย 
สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่แห่งสุดท้าย ที่เป็นอนุสาวรีย์แห่งความรักอันยิ่งใหญ่ของโลกก็ว่าได้ โดยที่นี่ใช้เป็นสุสานฝังศพของ "มุมทัชมาฮัล" ราชินีผู้เป็นที่รักยิ่งของพระเจ้าชาห์เยฮัน ซึ่งทัชมาฮาลนั้น ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1630-1648 ด้วยหินอ่อนสีขาวนวลบริสุทธิ์จากเมืองมะครานา หินอ่อนสีแดงจากเมืองฟาตีบุระ หินอ่อนสีเหลืองจากฝั่งแม่น้ำนรภัทฑ์ เพชรตาแมวจากกรุงแบกแดด ปะการัง และ หอยมุกจากมหาสมุทรอินเดีย หินเจียระไนสีฟ้าจากเกาะลังขะ เพชรจากเมืองบนทลขัณฑ์ ตามแบบสถาปัตยกรรมเปอร์เซีย โดยสถาปนิก อุสตาด ไอสา (Ustad lsa)


     นั่นเป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ยุคใหม่ที่มนุษย์สร้างขึ้น ต่อไปนี้เรามาชมกันต่อเลยครับ กับ 7 สิ่งมหัศจรรย์ตามธรรมชาติของโลกยุคใหม่

1. อะเมซอน
มีพื้นที่ 5,500,000 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมประเทศบราซิล เปรู โคลอมเบีย เวเนซุเอลา เอกวาดอร์ โบลิเวีย ซูรินาเม กายอานา และเฟรนซ์เกียนา หรือดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศส


2. อ่าวฮาลอง 
นิยมเรียกว่า ฮาลองเบย์ ของประเทศเวียดนาม เป็นเกาะหินปูนโผล่พ้นขึ้นมาจากผิวทะเล


3. น้ำตกอีกัวซู 
ขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ระหว่างพรมแดนของอาร์เจนตินา และบราซิล สูงตั้งแต่ 62-82 เมตร และยาวเกือบ 3 กิโลเมตร


4. เกาะเชจู
สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ในประเทศเกาหลีใต้ มีภูเขาไฟที่ดับแล้วตั้งอยู่ ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกแล้ว


5. อุทยานแห่งชาติโคโมโด
เป็นหมู่เกาะในประเทศอินโดนีเซีย ที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ และมีมังกรโคโมโด ที่สืบสายมาจากไดโนเสาร์เป็นสัญลักษณ์


6. เปอร์โต ปรินเซซา
หรืออุทยานแห่งชาติแม่น้ำใต้ดินเปอร์โต ปรินเซซา ตั้งอยู่ที่เกาะปาลาวัน ประเทศฟิลิปปินส์


7. ภูเขาโต๊ะ
อุทยานแห่งชาติเทเบิลเมาเทน หรือภูเขาโต๊ะ ตั้งอยู่ที่เมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้


เครดิต : tibbook.com  : mythland.org

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น